Showing posts with label ข่าวต่างประเทศ. Show all posts
Showing posts with label ข่าวต่างประเทศ. Show all posts

มาราวียังเดือดหนัก!! เหตุยึดเมืองฟิลิปปินส์ ยังคงโจมตีอย่างหนัก พลเรือนดับอีก 19 นาย จนยอดผู้ตายพุ่งถึง 85 ศพ (รายละเอียด)


จากกรณีที่กองทัพฟิลิปปินส์ เดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธยึดเมืองมาราวี ยอมรับ โดยมีนักรบต่างชาติเกี่ยวข้องไอซิส ตายแล้ว 6  ในขณะที่ประธานาธิบดีดูเตร์เต ชี้ไอซิสหวังยึดเกาะมินดาเนา ใช้เป็นฐานในอาเซียน เมื่อล่าสุดวันที่ 28พ.ค. ได้มีการรายงานความคืบหน้าของการสู้รบกันระหว่างกองทัพรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธที่ประกาศสวามิภักดิ์กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส หลังบุกยึดเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา


โดยจากเหตุปะทะระหว่างกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธในเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 19 ราย ขณะที่กองทัพประกาศจะทิ้งระเบิดโจมตีให้หนักขึ้น

ได้มีการรายงานเข้ามาว่า กองทัพของประเทศฟิลิปปินส์เปิดเผยต่อสื่อในวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ค. ว่า เหตุปะทะตามท้องถิ่นในเมืองมาราวีซึ่งถูกกองกำลังติดอาวุธยึดครองตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอีก 19 รายแล้ว ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในเหตุความรุนแรงในเมืองบนเกาะมินดาเนาแห่งนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 85 รายแล้ว


โดยทางด้าน พันโท โฮ-อาร์ เอร์เรรา โฆษกกองทัพท้องถิ่นระบุว่า พลเรือนที่เสียชีวิตทั้ง 19 รายประกอบด้วยผู้ชาย 15 คน ผู้หญิง 4 คน และเด็กอีก 1 คน ศพของพวกเขาถูกพบใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองมาราวี ขณะที่ชายบ้านท้องถิ่นบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้ตายส่วนหนึ่งเป็นลูกจ้างของโรงสีข้าวแห่งหนึ่ง อีกส่วนเป็นนักศึกษาแพทย์


ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงในเมืองมาราวีเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มมือปืนนับร้อยคนออกอาละวาดภายในเมือง หลังกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์นำกำลังเข้ามาปฏิบัติการจับกุมตัวนายอิสนิยง อาปิยง นักรบติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ผู้ถูกระบุว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ในแดนตากาล็อก



โดยในเบื้องต้นกลุ่มมือปืนประดับธงสีดำของไอซิสไว้หลายจุดทั่วเมือง รวมทั้งจับตัวบาทหลวง 1 รูป และชาวคริสต์ 14 คน จากโบสถ์แห่งหนึ่งเป็นตัวประกัน ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของพวกเขา สถานการณ์ที่เกิดขั้นทำให้ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วเกาะมินดาเนา ขณะที่ทหารเริ่มการใช้การทิ้งระเบิดโจมตีกลุ่มติดอาวุธ


และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเดือนศักดิ์สิทธิ์ รอมฎอน กองทัพฟิลิปปินส์ได้ประกาศยกระดับการทิ้งระเบิดโจมตีให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก โดยพลจัตวา เรสติตูโต ปาดิญา โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ระบุว่า ทำเพื่อจัดการกลุ่มกบฏอย่างรวดเร็ว

จนถึงวันนี้ การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกับกลุ่มติดอาวุธทำให้มีทหารเสียชีวิตแล้ว 13 นาย, ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ส่วนนักรบติดอาวุธเสียชีวิต 51 ราย เมื่อรวมกับพลเรือนที่เสียชีวิตล่าสุด ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในเหตุความรุนแรงครั้งนี้เพิ่มไปอยู่ที่ 85 รายแล้ว.



ที่มา:http://www.politic.zocialx.com/24428

คอหวยฮือฮา! ร่างทรง "พญานาค7เศียร " ให้หวยอีกแล้ว 3 ตัวเน้นๆ หลังงวดที่แล้วรวยเต็มๆ

จากกรณีที่กองทัพฟิลิปปินส์ เดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธยึดเมืองมาราวี ยอมรับ โดยมีนักรบต่างชาติเกี่ยวข้องไอซิส ตายแล้ว 6  ในขณะที่ประธานาธิบดีดูเตร์เต ชี้ไอซิสหวังยึดเกาะมินดาเนา ใช้เป็นฐานในอาเซียน เมื่อล่าสุดวันที่ 28พ.ค. ได้มีการรายงานความคืบหน้าของการสู้รบกันระหว่างกองทัพรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธที่ประกาศสวามิภักดิ์กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส หลังบุกยึดเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา


โดยจากเหตุปะทะระหว่างกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธในเมืองมาราวี บนเกาะมินดาเนา ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 19 ราย ขณะที่กองทัพประกาศจะทิ้งระเบิดโจมตีให้หนักขึ้น

ได้มีการรายงานเข้ามาว่า กองทัพของประเทศฟิลิปปินส์เปิดเผยต่อสื่อในวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ค. ว่า เหตุปะทะตามท้องถิ่นในเมืองมาราวีซึ่งถูกกองกำลังติดอาวุธยึดครองตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอีก 19 รายแล้ว ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในเหตุความรุนแรงในเมืองบนเกาะมินดาเนาแห่งนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 85 รายแล้ว


โดยทางด้าน พันโท โฮ-อาร์ เอร์เรรา โฆษกกองทัพท้องถิ่นระบุว่า พลเรือนที่เสียชีวิตทั้ง 19 รายประกอบด้วยผู้ชาย 15 คน ผู้หญิง 4 คน และเด็กอีก 1 คน ศพของพวกเขาถูกพบใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองมาราวี ขณะที่ชายบ้านท้องถิ่นบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้ตายส่วนหนึ่งเป็นลูกจ้างของโรงสีข้าวแห่งหนึ่ง อีกส่วนเป็นนักศึกษาแพทย์


ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงในเมืองมาราวีเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มมือปืนนับร้อยคนออกอาละวาดภายในเมือง หลังกองกำลังความมั่นคงฟิลิปปินส์นำกำลังเข้ามาปฏิบัติการจับกุมตัวนายอิสนิยง อาปิยง นักรบติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ผู้ถูกระบุว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ในแดนตากาล็อก



โดยในเบื้องต้นกลุ่มมือปืนประดับธงสีดำของไอซิสไว้หลายจุดทั่วเมือง รวมทั้งจับตัวบาทหลวง 1 รูป และชาวคริสต์ 14 คน จากโบสถ์แห่งหนึ่งเป็นตัวประกัน ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของพวกเขา สถานการณ์ที่เกิดขั้นทำให้ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วเกาะมินดาเนา ขณะที่ทหารเริ่มการใช้การทิ้งระเบิดโจมตีกลุ่มติดอาวุธ


และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเดือนศักดิ์สิทธิ์ รอมฎอน กองทัพฟิลิปปินส์ได้ประกาศยกระดับการทิ้งระเบิดโจมตีให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก โดยพลจัตวา เรสติตูโต ปาดิญา โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ระบุว่า ทำเพื่อจัดการกลุ่มกบฏอย่างรวดเร็ว

จนถึงวันนี้ การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกับกลุ่มติดอาวุธทำให้มีทหารเสียชีวิตแล้ว 13 นาย, ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ส่วนนักรบติดอาวุธเสียชีวิต 51 ราย เมื่อรวมกับพลเรือนที่เสียชีวิตล่าสุด ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในเหตุความรุนแรงครั้งนี้เพิ่มไปอยู่ที่ 85 รายแล้ว.

ผวากันทั้งเมือง!! จนท.ได้ทำการซ่อนกล้องเพื่อสำรวจสัตว์ป่า แต่สิ่งที่เค้าได้เจอกลับสยองหนัก!! ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!?


เป็นเรื่องที่น่าแปลกอีกเรื่อง สำหรับเพจทางเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สำรวจโลก ได้มีการโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่า กล้องบันทึกภาพสัตว์ป่าจับภาพชายท่าทางประหลาดได้ เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าได้ซ่อนกล้องตามจุดต่าง ๆ เพื่อคอยตรวจสอบสัตว์ป่า แต่ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นมีชายคนหนึ่งเปลือยกายพร้อมแสดงท่าทางแปลกๆ จากนั้นได้แจ้งให้ตำรวจออกค้นหา พบว่าเป็นชายหนุ่มวัย 21 ปี ชาวสาธารณรัฐเช็ก เมื่อทำการสอบถามเผยว่าเขาได้ใช้สารแอลเอสดีไปจำนวนมากเพื่อรักษาอากาศซึมเศร้า จนคิดว่าตัวเองเป็นเสือโคร่งไซบีเรีย จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปในป่าเขตแดนสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์เพื่อที่จะทำตัวให้เหมือนเป็นเสือโคร่งไซบีเรีย

แอลเอสดี ( LSD) อาจเรียกว่า แอซิด เป็นสารเสพติดที่สกัดได้จากเชื้อราที่อยู่บนข้าวไรย์ เป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรงที่สุด

ที่มา:http://manezi.com/9972

โคตรสยอง!! หนุ่มจับงู ตัด3ท่อน สุดท้ายต้องช็อก! "เมื่อมันไม่ยอมตาย" แถมยังทำแบบนี้!!? ผวาฉี่แทบราด!!(ชมคลิป)

เกิดเป็นคลิปที่ชวนขนลุกสุดๆ เมื่อหนุ่มคนหนึ่งพบ "งูกะปะ" ในสวนหลังบ้านของตัวเอง ซึ่งงูกะปะขึ้นชื่อว่าเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง และด้วยความกลัวว่ามันจะเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัว เขาจึงฆ่ามันทิ้งด้วยการสับเป็น 3 ท่อน!!  (ถึงจะเป็นสัตว์ที่น่ากลัว แต่โดนฆ่าโหดแบบนี้ก็น่าสงสารเจ้างูเหมือนกันนะ)

แต่งานนี้ทำเอาทุกสายตาต้องอึ้งไปตามๆกัน เมื่อพบว่า "งูกะปะ" ที่ถูกสับให้ตายไปแล้วนั้น ชิ้นส่วนของมันทั้งหัวและหางยังคงดิ้นได้ราวกับมีชีวิต แถมหัวของมันยังคล้ายจะเอาปากกัดหางของตัวเองอีกด้วย (ขนลุกสุดๆ)

ถูกฆ่าตายด้วยวิธีสุดโหดแบบนี้ เฮือกสุดท้ายมันคงจะขอต่อสู้ถึงที่สุด ขนาดเหลือแต่หัวมันยังแสดงฤทธิ์อ้าปากขู่ได้น่ากลัวขนาดนี้ มองเห็นอะไรก็คงคิดว่าเป็นศัตรูไปหมดไม่เว้นแม้แต่หางของตัวเอง!!

"งูกะปะ" เป็นงูพิษที่มีพิษรุนแรงมาก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calloselasma rhodostoma จัดเป็นงูเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Calloselasma โดยไม่มีชนิดย่อย  ลักษณะหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม คอเล็ก ลำตัวอ้วน หางเรียวสั้น มีลายเป็นรูปเหมือนหลังคาบ้านอยู่ด้านข้างตลอดลำตัว มีสีเทาอมชมพูลายสีน้ำตาลเข้ม เกล็ดมีขนาดใหญ่ จะงอยปากงอนขึ้นข้างบน พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในภูมิภาคอินโดจีนไปจนถึงแหลมมลายู สำหรับในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคแต่จะพบมากที่สุดในภาคใต้ เป็นงูที่ปรับตัวให้อาศัยอยู่ในพื้น ๆ ที่มีการทำเกษตรกรรมได้ เช่น สวนยางพาราหรือสวนปาล์มน้ำมัน จึงมักจะมีผู้ถูกกัดอยู่บ่อย ๆ นับเป็นงูพิษที่มีอันตรายต่อมนุษย์มากที่สุดที่พบในประเทศไทย

ซึ่งพิษของงูกะปะนั้นมีผลต่อระบบเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ เมื่อถูกกัดภายใน 10 นาทีหลังบริเวณรอบแผลที่ถูกกัดจะบวมขึ้นย่างรวดเร็วจนกระทั่งแขนหรือขาข้างนั้นบวมไปหมดภายใน 1ชั่วโมง โดยในรอยเขี้ยวจะมีเลือดไหลตลอดเวลา บริเวณแขนขาที่บวมจะมีสีเขียวคล้ำ ผิวหนังเกิดพองตอนแรกมีน้ำใสต่อมาภายหลังมีเลือด ภายหลังถูกกัดไม่กี่วันรอยเขี้ยวจะเกิดการเน่า ทำให้ผิวหนังมีเลือดออกเป็นรอยคล้ำ เลือดออกทางเดินอาหาร ผู้ที่โดนกัดจะเสียชีวิตได้จากความดันโลหิตต่ำซึ่งความดันโลหิตต่ำ เกิดจากการเสียเลือดนั่นเองhttp://www.siamlottery.com/view-13092.html
Powered by Blogger.